
การเปิดสถานพยาบาลเอกชน ไม่ว่าจะเป็นคลินิก โรงพยาบาล หรือสถานพยาบาลประเภทอื่นๆ ในประเทศไทย จำเป็นต้องได้รับ ใบอนุญาตคลินิก ที่ถูกต้องตามกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งกำหนดให้ผู้ประกอบการต้องได้รับใบอนุญาตที่สำคัญสองประเภท ได้แก่ ใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล และ ใบอนุญาตดำเนินการสถานพยาบาล
หลายคนอาจเข้าใจผิดว่าใบอนุญาตทั้งสองประเภทนี้เป็นสิ่งเดียวกัน หรือไม่เข้าใจความแตกต่างอย่างชัดเจน ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาทางกฎหมายและการดำเนินธุรกิจในอนาคต บทความนี้จะอธิบายความแตกต่างระหว่างใบอนุญาตทั้งสองประเภทอย่างละเอียด เพื่อให้ผู้ประกอบการและผู้ที่สนใจเปิดสถานพยาบาลเข้าใจและสามารถปฏิบัติตามกฎหมายได้อย่างถูกต้อง
เลือกหัวข้อที่สนใจ
ใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล
อายุและการต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล
ขั้นตอนการขอใบอนุญาตดำเนินสถานพยาบาล
อายุและการต่อใบอนุญาตดำเนินสถานพยาบาล
ความแตกต่างของใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล และใบอนุญาตดำเนินสถานพยาบาล
ความสำคัญของใบอนุญาตสถานพยาบาล
ก่อนที่จะเจาะลึกถึงความแตกต่าง เราควรเข้าใจถึงความสำคัญของใบอนุญาตสถานพยาบาลเสียก่อน การมีใบอนุญาตที่ถูกต้องไม่เพียงแต่เป็นการปฏิบัติตามกฎหมายเท่านั้น แต่ยังเป็นการรับรองว่าสถานพยาบาลนั้นมีมาตรฐานที่เหมาะสมในการให้บริการด้านสุขภาพแก่ประชาชน
การดำเนินกิจการสถานพยาบาลโดยไม่มีใบอนุญาตที่ถูกต้องถือเป็นความผิดทางกฎหมาย ซึ่งมีโทษทั้งจำคุกและปรับ นอกจากนี้ยังส่งผลต่อความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจจากผู้รับบริการอีกด้วย
ใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล

ใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล หรือ ส.พ. 7
คือ เอกสารทางกฎหมายที่อนุญาตให้บุคคลหรือนิติบุคคลสามารถเปิดและเป็นเจ้าของสถานพยาบาลได้ โดยใบอนุญาตนี้จะออกให้แก่ผู้ประกอบกิจการซึ่งอาจเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลก็ได้
คุณสมบัติของผู้ขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล
ตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล ผู้ขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาลต้องมีคุณสมบัติดังนี้:
อายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ (กรณีบุคคลธรรมดา)
มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย
ไม่เคยต้องโทษจำคุกในความผิดเกี่ยวกับชีวิตและร่างกาย เพศ ทรัพย์ หรือยาเสพติด
ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
ไม่เป็นบุคคลวิกลจริต คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
ไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาลในระยะเวลา 5 ปีก่อนวันขออนุญาต
สำหรับนิติบุคคล ผู้จัดการหรือผู้แทนของนิติบุคคลซึ่งเป็นผู้ดำเนินกิจการต้องมีคุณสมบัติตามที่ระบุข้างต้นด้วย
เอกสารที่ต้องใช้ในการขอใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล
การขอรับ ใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล จำเป็นต้องเตรียมเอกสารหลักฐานดังต่อไปนี้:
แบบคำขออนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล (แบบ ส.พ.1)
สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
สำเนาทะเบียนบ้าน
สำเนาเอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ในสถานที่ตั้งสถานพยาบาล เช่น โฉนดที่ดิน สัญญาเช่า เป็นต้น
แผนที่แสดงที่ตั้งของสถานพยาบาล
แผนผังภายในสถานพยาบาล
เอกสารแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับชื่อ จำนวน และหน้าที่ของผู้ประกอบวิชาชีพ
กรณีเป็นนิติบุคคล ต้องแนบสำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล และหนังสือแสดงความเป็นผู้แทนนิติบุคคล
รูปถ่ายผู้ขออนุญาต ขนาด 2.5 x 3 เซนติเมตร จำนวน 3 รูป (ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน)
หลักฐานอื่นๆ ตามที่ระบุในแบบคำขอ
ขั้นตอนการขอใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล
ยื่นคำขออนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาล ต่อผู้อนุญาต (กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด)
เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอและเอกสารหลักฐาน
พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบสถานที่
คณะกรรมการสถานพยาบาลพิจารณาอนุมัติ
ชำระค่าธรรมเนียม
รับใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล
อายุและการต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล
ใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล มีอายุ 10 ปีนับแต่วันที่ออกใบอนุญาต และสามารถต่ออายุได้โดยยื่นคำขอก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุไม่น้อยกว่า 90 วัน การต่ออายุจะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง
ใบอนุญาตดำเนินการสถานพยาบาล

ใบอนุญาตดำเนินการสถานพยาบาล หรือ ส.พ. 19
คือ เอกสารทางกฎหมายที่อนุญาตให้ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ทันตกรรม การพยาบาล การผดุงครรภ์ เทคนิคการแพทย์ กายภาพบำบัด หรือการแพทย์แผนไทย เป็นผู้ควบคุมดูแลการดำเนินการสถานพยาบาล ซึ่งเรียกว่า "ผู้ดำเนินการสถานพยาบาล"
คุณสมบัติของผู้ขอรับใบอนุญาตดำเนินการสถานพยาบาล
ผู้ขอรับ ใบอนุญาตดำเนินการสถานพยาบาล ต้องมีคุณสมบัติดังนี้:
เป็นผู้ประกอบวิชาชีพ ตามประเภทของสถานพยาบาลที่ขออนุญาต เช่น แพทย์ ทันตแพทย์ พยาบาลวิชาชีพ เป็นต้น
ไม่เป็นผู้ดำเนินการสถานพยาบาลอื่น เว้นแต่เป็นไปตามเงื่อนไขที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
สามารถควบคุมดูแลการดำเนินการสถานพยาบาลได้โดยใกล้ชิด
ไม่เคยต้องโทษจำคุกในความผิดเกี่ยวกับชีวิตและร่างกาย เพศ ทรัพย์ หรือยาเสพติด
ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
ไม่เป็นบุคคลวิกลจริต คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
ไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพหรือใบอนุญาตดำเนินการสถานพยาบาล
ไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสียหรือบกพร่องในศีลธรรมอันดี
เอกสารที่ต้องใช้ในการขอใบอนุญาตดำเนินการสถานพยาบาล
การขอรับ ใบอนุญาตดำเนินการสถานพยาบาล จำเป็นต้องเตรียมเอกสารหลักฐานดังต่อไปนี้:
แบบคำขออนุญาตดำเนินการสถานพยาบาล (แบบ ส.พ.18)
สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
สำเนาทะเบียนบ้าน
สำเนาใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ
สำเนาวุฒิบัตรหรือหนังสืออนุมัติ (กรณีเป็นสถานพยาบาลเฉพาะทาง)
รูปถ่ายผู้ขออนุญาต ขนาด 2.5 x 3 เซนติเมตร จำนวน 3 รูป (ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน)
สำเนาใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล
หนังสือแสดงความจำนงเป็นผู้ดำเนินการสถานพยาบาล
หลักฐานแสดงวันเวลาปฏิบัติงาน
หลักฐานอื่นๆ ตามที่ระบุในแบบคำขอ
ขั้นตอนการขอใบอนุญาตดำเนินการสถานพยาบาล
ยื่นคำขออนุญาตให้ดำเนินการสถานพยาบาล ต่อผู้อนุญาต (กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด)
เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอและเอกสารหลักฐาน
สอบความรู้ความสามารถในการดำเนินการสถานพยาบาล (กรณีที่กำหนด)
คณะกรรมการสถานพยาบาลพิจารณาอนุมัติ
ชำระค่าธรรมเนียม
รับใบอนุญาตดำเนินการสถานพยาบาล
อายุและการต่ออายุใบอนุญาตดำเนินการสถานพยาบาล
ใบอนุญาตดำเนินการสถานพยาบาล มีอายุ 2 ปีนับแต่วันที่ออกใบอนุญาต และสามารถต่ออายุได้โดยยื่นคำขอก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุไม่น้อยกว่า 90 วัน การต่ออายุจะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง
ความแตกต่างที่สำคัญ

ความแตกต่างระหว่างใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาลและใบอนุญาตดำเนินการสถานพยาบาล
เพื่อให้เข้าใจความแตกต่างระหว่าง ใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล และ ใบอนุญาตดำเนินการสถานพยาบาล อย่างชัดเจน เราสามารถเปรียบเทียบได้ดังนี้:
1. ผู้ที่ได้รับใบอนุญาต
ใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล: ออกให้แก่เจ้าของหรือผู้ประกอบกิจการ ซึ่งอาจเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ
ใบอนุญาตดำเนินการสถานพยาบาล: ออกให้แก่ผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเท่านั้น เช่น แพทย์ ทันตแพทย์ พยาบาลวิชาชีพ เป็นต้น
2. บทบาทและหน้าที่
ใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล: ผู้ได้รับใบอนุญาตมีหน้าที่ในการจัดตั้งและเป็นเจ้าของสถานพยาบาล รับผิดชอบด้านการลงทุน การบริหารจัดการทั่วไป และการดำเนินธุรกิจ
ใบอนุญาตดำเนินการสถานพยาบาล: ผู้ได้รับใบอนุญาตมีหน้าที่ควบคุมดูแลการดำเนินงานทางการแพทย์และสาธารณสุขของสถานพยาบาล รับผิดชอบด้านมาตรฐานการให้บริการ การปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาล และการกำกับดูแลผู้ประกอบวิชาชีพในสถานพยาบาล
3. คุณสมบัติของผู้ขอรับใบอนุญาต
ใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล: ไม่จำเป็นต้องมีความรู้ด้านการแพทย์หรือสาธารณสุข แต่ต้องมีคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนด
ใบอนุญาตดำเนินการสถานพยาบาล: ต้องเป็นผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับประเภทของสถานพยาบาลนั้นๆ และต้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาล
4. อายุของใบอนุญาต
ใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล: มีอายุ 10 ปี
ใบอนุญาตดำเนินการสถานพยาบาล: มีอายุ 2 ปี
5. การเปลี่ยนแปลง
ใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล: หากมีการเปลี่ยนแปลงเจ้าของหรือผู้ประกอบกิจการ ต้องดำเนินการโอนใบอนุญาตหรือขอใบอนุญาตใหม่
ใบอนุญาตดำเนินการสถานพยาบาล: หากมีการเปลี่ยนแปลงผู้ดำเนินการ ต้องแจ้งให้ผู้อนุญาตทราบและขอใบอนุญาตใหม่สำหรับผู้ดำเนินการคนใหม่
6. ความรับผิดชอบทางกฎหมาย
ใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล: ผู้ประกอบกิจการรับผิดชอบในด้านการลงทุน ทรัพย์สิน และการปฏิบัติตามกฎหมายในฐานะเจ้าของกิจการ
ใบอนุญาตดำเนินการสถานพยาบาล: ผู้ดำเนินการรับผิดชอบในด้านมาตรฐานการให้บริการ การควบคุมดูแลผู้ประกอบวิชาชีพ และการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาล
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในทางปฏิบัติ
ในทางปฏิบัติ มักพบสถานการณ์ต่างๆ เกี่ยวกับ ใบอนุญาตคลินิก ดังนี้:
1. บุคคลเดียวกันถือใบอนุญาตทั้งสองประเภท
ในกรณีที่แพทย์หรือผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเป็นทั้งเจ้าของและผู้ดำเนินการสถานพยาบาล บุคคลนั้นจะต้องขอรับใบอนุญาตทั้งสองประเภท คือ ใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล และ ใบอนุญาตดำเนินการสถานพยาบาล ซึ่งเป็นกรณีที่พบได้บ่อยในคลินิกขนาดเล็ก
2. นิติบุคคลเป็นผู้ประกอบกิจการ
ในกรณีที่นิติบุคคล เช่น บริษัทจำกัด เป็นผู้ประกอบกิจการสถานพยาบาล นิติบุคคลนั้นจะต้องขอรับ ใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล โดยมีผู้แทนนิติบุคคลเป็นผู้ดำเนินการในนามของนิติบุคคล และต้องมีผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพที่ได้รับ ใบอนุญาตดำเนินการสถานพยาบาล เป็นผู้ควบคุมดูแลการดำเนินงานของสถานพยาบาล
3. การเปลี่ยนแปลงผู้ดำเนินการ
ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงผู้ดำเนินการสถานพยาบาล เช่น แพทย์ผู้ดำเนินการลาออกหรือเปลี่ยนงาน ผู้ประกอบกิจการจะต้องหาผู้ประกอบวิชาชีพคนใหม่มาเป็นผู้ดำเนินการและขอรับ ใบอนุญาตดำเนินการสถานพยาบาล ใหม่ โดยไม่จำเป็นต้องขอ ใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล ใหม่
4. การโอนกิจการ
ในกรณีที่มีการโอนกิจการสถานพยาบาลให้แก่บุคคลอื่น ผู้รับโอนจะต้องขอรับ ใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล ใหม่ และหากผู้ดำเนินการคนเดิมยังคงทำหน้าที่ต่อไป ก็ไม่จำเป็นต้องขอ ใบอนุญาตดำเนินการสถานพยาบาล ใหม่ แต่หากมีการเปลี่ยนแปลงผู้ดำเนินการด้วย ก็จะต้องขอใบอนุญาตทั้งสองประเภทใหม่
บทลงโทษกรณีไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย
การไม่ปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับ ใบอนุญาตคลินิก มีบทลงโทษที่รุนแรง ดังนี้:
1. การประกอบกิจการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต
ผู้ใดประกอบกิจการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับ ใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 100,000 บาท
2. การดำเนินการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต
ผู้ใดดำเนินการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับ ใบอนุญาตดำเนินการสถานพยาบาล ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี และปรับไม่เกิน 60,000 บาท
3. การไม่ต่ออายุใบอนุญาต
ผู้ประกอบกิจการหรือผู้ดำเนินการสถานพยาบาลที่ไม่ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตภายในระยะเวลาที่กำหนด ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท และหากยังคงประกอบกิจการหรือดำเนินการสถานพยาบาลหลังจากใบอนุญาตสิ้นอายุ จะมีความผิดเช่นเดียวกับการไม่มีใบอนุญาต
4. การไม่แสดงใบอนุญาต
ผู้ประกอบกิจการหรือผู้ดำเนินการสถานพยาบาลที่ไม่แสดงใบอนุญาตไว้ในที่เปิดเผยและเห็นได้ง่าย ณ สถานพยาบาลนั้น ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท
5. การฝ่าฝืนคำสั่งพักใช้ใบอนุญาต
ผู้ประกอบกิจการหรือผู้ดำเนินการสถานพยาบาลที่ฝ่าฝืนคำสั่งพักใช้ใบอนุญาต ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับไม่เกิน 40,000 บาท
ข้อควรระวังและข้อแนะนำสำหรับผู้ประกอบการ
สำหรับผู้ที่ต้องการเปิดสถานพยาบาลหรือกำลังดำเนินกิจการสถานพยาบาลอยู่แล้ว มีข้อควรระวังและข้อแนะนำเกี่ยวกับ ใบอนุญาตคลินิก ดังนี้:
1. ศึกษากฎหมายให้เข้าใจก่อนเริ่มกิจการ
ก่อนเริ่มกิจการสถานพยาบาล ควรศึกษาพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม รวมถึงกฎกระทรวงและประกาศที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เข้าใจข้อกำหนดและเงื่อนไขต่างๆ อย่างชัดเจน
2. ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ประกอบกิจการและผู้ดำเนินการ
ตรวจสอบให้แน่ใจว่าผู้ประกอบกิจการและผู้ดำเนินการมีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด เพื่อป้องกันปัญหาในการขอรับใบอนุญาต
3. เตรียมเอกสารให้ครบถ้วนและถูกต้อง
เตรียมเอกสารหลักฐานที่ใช้ในการขอรับ ใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล และ ใบอนุญาตดำเนินการสถานพยาบาล ให้ครบถ้วนและถูกต้อง เพื่อลดความล่าช้าในการพิจารณาอนุญาต
4. ดำเนินการขอใบอนุญาตล่วงหน้า
ควรดำเนินการขอรับใบอนุญาตล่วงหน้าก่อนเปิดให้บริการ เนื่องจากกระบวนการพิจารณาอาจใช้เวลานาน โดยเฉพาะในกรณีที่มีการตรวจสอบสถานที่
5. ปฏิบัติตามเงื่อนไขในใบอนุญาตอย่างเคร่งครัด
เมื่อได้รับใบอนุญาตแล้ว ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในใบอนุญาตอย่างเคร่งครัด เช่น วันเวลาทำการ ขอบเขตการให้บริการ เป็นต้น
6. แจ้งการเปลี่ยนแปลงทุกครั้ง
หากมีการเปลี่ยนแปลงใดๆ เกี่ยวกับสถานพยาบาล เช่น การเปลี่ยนชื่อ การย้ายสถานที่ การเปลี่ยนผู้ประกอบกิจการหรือผู้ดำเนินการ ต้องแจ้งให้ผู้อนุญาตทราบทุกครั้ง
7. ต่ออายุใบอนุญาตก่อนหมดอายุ
ควรยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุไม่น้อยกว่า 90 วัน เพื่อให้สามารถประกอบกิจการหรือดำเนินการสถานพยาบาลได้อย่างต่อเนื่อง
8. เก็บรักษาใบอนุญาตและแสดงในที่เปิดเผย
เก็บรักษาใบอนุญาตให้อยู่ในสภาพดี และแสดงไว้ในที่เปิดเผยและเห็นได้ง่าย ณ สถานพยาบาลนั้น ตามที่กฎหมายกำหนด
9. ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
หากมีข้อสงสัยหรือไม่แน่ใจเกี่ยวกับการขอรับใบอนุญาตหรือการปฏิบัติตามกฎหมาย ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด เป็นต้น
การเตรียมความพร้อมสำหรับการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่

สถานพยาบาลอาจได้รับการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่เป็นระยะ เพื่อให้มั่นใจว่ามีการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างถูกต้อง ดังนั้น ควรเตรียมความพร้อมดังนี้:
1. จัดเตรียมเอกสารให้พร้อมตรวจสอบ
จัดเตรียมเอกสารสำคัญให้พร้อมสำหรับการตรวจสอบ ได้แก่:
ใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล
ใบอนุญาตดำเนินการสถานพยาบาล
ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพของผู้ประกอบวิชาชีพทุกคนในสถานพยาบาล
สมุดทะเบียนสถานพยาบาล
เอกสารแสดงรายการเครื่องมือ อุปกรณ์ และยา
เอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
2. ดูแลสถานที่ให้เป็นไปตามมาตรฐาน
ดูแลสถานที่ อุปกรณ์ และเครื่องมือต่างๆ ให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด รวมถึงการรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อย
3. ควบคุมการปฏิบัติงานของบุคลากร
ควบคุมดูแลให้ผู้ประกอบวิชาชีพและบุคลากรในสถานพยาบาลปฏิบัติงานตามขอบเขตวิชาชีพและจรรยาบรรณ
4. จัดทำและเก็บรักษาเวชระเบียนอย่างเหมาะสม
จัดทำและเก็บรักษาเวชระเบียนของผู้รับบริการอย่างเหมาะสม ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนด
5. แสดงอัตราค่าบริการอย่างชัดเจน
แสดงอัตราค่าบริการและค่ารักษาพยาบาลไว้ในที่เปิดเผยและเห็นได้ง่าย และเรียกเก็บตามอัตราที่แสดงไว้เท่านั้น
การเปลี่ยนแปลงกฎหมายและแนวโน้มในอนาคต
กฎหมายเกี่ยวกับสถานพยาบาลมีการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ เพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์และเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป ผู้ประกอบกิจการและผู้ดำเนินการสถานพยาบาลควรติดตามการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอย่างสม่ำเสมอ ในปัจจุบัน มีแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ ได้แก่:
1. การให้บริการทางการแพทย์ทางไกล (Telemedicine)
การให้บริการทางการแพทย์ทางไกลกำลังได้รับความนิยมมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งอาจมีการออกกฎหมายหรือระเบียบเฉพาะเพื่อควบคุมการให้บริการในรูปแบบนี้
2. การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการให้บริการ
การใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เช่น แอปพลิเคชัน ระบบการจองคิวออนไลน์ หรือระบบเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์ อาจมีการกำหนดมาตรฐานและข้อกำหนดเพิ่มเติมในอนาคต
3. การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลด้านสุขภาพ
การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลด้านสุขภาพมีความสำคัญมากขึ้น โดยเฉพาะหลังจากที่พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มีผลบังคับใช้ ซึ่งสถานพยาบาลต้องปฏิบัติตามกฎหมายนี้อย่างเคร่งครัด
4. การเพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแล
อาจมีการเพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลสถานพยาบาล โดยเฉพาะในด้านมาตรฐานการให้บริการและความปลอดภัยของผู้รับบริการ
สรุป
ใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล และ ใบอนุญาตดำเนินการสถานพยาบาล เป็นใบอนุญาตที่มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน ทั้งในด้านผู้ที่ได้รับใบอนุญาต บทบาทและหน้าที่ คุณสมบัติของผู้ขอรับใบอนุญาต อายุของใบอนุญาต และความรับผิดชอบทางกฎหมาย
การเข้าใจความแตกต่างระหว่างใบอนุญาตทั้งสองประเภทนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการเปิดสถานพยาบาลหรือกำลังดำเนินกิจการสถานพยาบาลอยู่แล้ว เพื่อให้สามารถปฏิบัติตามกฎหมายได้อย่างถูกต้องและหลีกเลี่ยงบทลงโทษที่อาจเกิดขึ้น
ผู้ประกอบกิจการและผู้ดำเนินการสถานพยาบาลควรศึกษากฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียด เตรียมความพร้อมในการขอรับใบอนุญาต และปฏิบัติตามเงื่อนไขในใบอนุญาตอย่างเคร่งครัด รวมถึงติดตามการเปลี่ยนแปลงของกฎหมายและแนวโน้มในอนาคต เพื่อให้สามารถดำเนินกิจการได้อย่างราบรื่นและยั่งยืน
การมี ใบอนุญาตคลินิก ที่ถูกต้องไม่เพียงแต่เป็นการปฏิบัติตามกฎหมายเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจจากผู้รับบริการ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการดำเนินธุรกิจด้านสุขภาพให้ประสบความสำเร็จ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
1. ผู้ประกอบกิจการและผู้ดำเนินการสถานพยาบาลต้องเป็นคนเดียวกันหรือไม่?
ไม่จำเป็น ผู้ประกอบกิจการและผู้ดำเนินการสถานพยาบาลอาจเป็นคนเดียวกันหรือคนละคนก็ได้ แต่ผู้ประกอบกิจการอาจเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ในขณะที่ผู้ดำเนินการต้องเป็นผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเท่านั้น
2. สามารถเป็นผู้ดำเนินการสถานพยาบาลได้มากกว่าหนึ่งแห่งหรือไม่?
โดยทั่วไป ผู้ดำเนินการสถานพยาบาลสามารถเป็นผู้ดำเนินการได้เพียงหนึ่งแห่งเท่านั้น เว้นแต่จะเป็นไปตามเงื่อนไขที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด เช่น การเป็นผู้ดำเนินการสถานพยาบาลประเภทที่ไม่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืนที่อยู่ในเครือเดียวกัน
3. หากมีการเปลี่ยนชื่อสถานพยาบาล ต้องขอใบอนุญาตใหม่หรือไม่?
ไม่ต้องขอใบอนุญาตใหม่ แต่ต้องยื่นคำขอเปลี่ยนแปลงรายการในใบอนุญาตต่อผู้อนุญาต และเมื่อได้รับอนุญาตแล้ว จึงจะสามารถเปลี่ยนชื่อสถานพยาบาลได้
4. หากใบอนุญาตสูญหายหรือชำรุด ต้องทำอย่างไร?
ในกรณีที่ใบอนุญาตสูญหายหรือชำรุดในสาระสำคัญ ต้องยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตต่อผู้อนุญาตภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับทราบการสูญหายหรือชำรุด
5. การขยายหรือเปลี่ยนแปลงบริการในสถานพยาบาล ต้องดำเนินการอย่างไร?
หากต้องการขยายหรือเปลี่ยนแปลงบริการในสถานพยาบาล เช่น เพิ่มแผนกใหม่ หรือเปลี่ยนแปลงลักษณะการให้บริการ ต้องยื่นคำขอเปลี่ยนแปลงรายการในใบอนุญาตต่อผู้อนุญาต และต้องได้รับอนุญาตก่อนจึงจะดำเนินการได้
6. หากสถานพยาบาลมีการย้ายสถานที่ ต้องดำเนินการอย่างไร?
การย้ายสถานที่ตั้งสถานพยาบาลถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ จึงต้องยื่นคำขออนุญาตใหม่ทั้ง ใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล และ ใบอนุญาตดำเนินการสถานพยาบาล เสมือนเป็นการขออนุญาตเปิดสถานพยาบาลใหม่
7. หากผู้ประกอบกิจการเสียชีวิต ทายาทสามารถดำเนินกิจการต่อได้หรือไม่?
ในกรณีที่ผู้ประกอบกิจการสถานพยาบาลเสียชีวิต ทายาทหรือผู้จัดการมรดกสามารถแจ้งความจำนงขอประกอบกิจการต่อไปได้ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ผู้ประกอบกิจการเสียชีวิต และเมื่อได้รับอนุญาตแล้ว ให้ถือว่าผู้แจ้งความจำนงเป็นผู้ประกอบกิจการสถานพยาบาลตั้งแต่วันที่ผู้ประกอบกิจการเดิมเสียชีวิต
8. การโฆษณาสถานพยาบาลต้องได้รับอนุญาตหรือไม่?
การโฆษณาหรือประกาศเกี่ยวกับสถานพยาบาลต้องได้รับอนุญาตจากผู้อนุญาตก่อน เว้นแต่เป็นการโฆษณาที่เข้าข้อยกเว้นตามที่กฎหมายกำหนด เช่น ชื่อ ที่ตั้ง หรือเวลาทำการของสถานพยาบาล เป็นต้น
9. หากต้องการเลิกกิจการสถานพยาบาล ต้องดำเนินการอย่างไร?
ผู้ประกอบกิจการที่ประสงค์จะเลิกกิจการสถานพยาบาล ต้องแจ้งเป็นหนังสือและจัดทำรายงานที่เกี่ยวข้องให้ผู้อนุญาตทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน และต้องจัดให้มีการโอนเวชระเบียนของผู้ป่วยให้แก่สถานพยาบาลหรือหน่วยงานที่ผู้อนุญาตกำหนด
10. การเปลี่ยนเวลาทำการของสถานพยาบาล ต้องแจ้งหน่วยงานใดหรือไม่?
การเปลี่ยนแปลงเวลาทำการของสถานพยาบาลถือเป็นการเปลี่ยนแปลงรายการในใบอนุญาต จึงต้องแจ้งให้ผู้อนุญาตทราบและได้รับอนุญาตก่อนจึงจะเปลี่ยนแปลงได้
ข้อมูลในบทความนี้เป็นข้อมูล ณ เดือนมีนาคม 2025 ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ในอนาคต ผู้ประกอบกิจการและผู้ดำเนินการสถานพยาบาลควรติดตามข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด เพื่อให้การปฏิบัติเป็นไปตามกฎหมายอย่างถูกต้อง
หากท่านกำลังมองหาบริการครบวงจรสำหรับการออกแบบคลินิกและการขออนุญาตเปิดคลินิก Clinic Deccor พร้อมให้บริการด้วยทีมงานมืออาชีพที่มีประสบการณ์ช่วยรวมเนื้อหาข้อมูลติดต่อ 📞 ติดต่อเราได้ที่:
Facebook: Clinic Deccor
โทรศัพท์: 093-424-1559 / 063-896-0577
เว็บไซต์: www.clinicdecor.com
เริ่มต้นธุรกิจคลินิกของคุณกับเราวันนี้ และมั่นใจในมาตรฐานและการดูแลที่ครบวงจรกับ Clinic Deccor.
Comments